แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมล็ดพันธุ์พืช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมล็ดพันธุ์พืช แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

ปุ๋ยน้ำจุลินทรีย์ Three Power รักษาโรคพืชได้จริงหรือ ?

Three Power ปุ๋ย น้ำชีวภาพ 3 พลัง ที่มีส่วนประกอบของ กรดอะมิโน กรดนิวคลีอิก ฮอร์โมน แบคทีเรีย และไวรัส ซึ่งช่วยในขบวนการเร่งการเจริญเติบโตของส่วน ราก ใบ ลำต้น ช่วยในการต้านทานเชื้อโรค ป้องกันกำจัดเชื้อโรคที่เกิดจากเชื้อราและแมลงศัตรูโรค  เร่งการออกดอกในไม้ดอกไม้ประดับและช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตมีจำนวนมากขึ้นในไม้ผล
คุณสมบัติข้างต้นดังกล่าว : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษได้มีโอกาสจัดส่งผลิตภัณฑ์ให้ คุณ ธีรยุทธ  วงศ์ ษา (081-8226588) เกษตรกรในเขต อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีฯ ลองทดสอบในแปลงพริกขี้หนูที่มีปัญหารากเน่าโคนเน่า และในสวนยางพาราที่หน้ายางตายแข็งกระด้าง น้ำยางไม่ไหล ระยะเวลา 1 เดือน พบว่า
1.             ยางพารา ที่ มีปัญหาหน้ายางแข็งกระด้าง น้ำยางไม่ไหล ซึ่งเกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อราโรคพืชในช่วงฤดูฝน หรืออีกประการหนึ่งเกิดจากพืชขาดธาตุอาหาร หน้ายางแข็งกระด้าง น้ำยางไม่ไหล แนะนำให้ใช้ Three Power อัตรา 50 ซีซี. ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นหรือใช้เศษผ้าชุบป้ายบริเวณหน้ายางให้ชุ่มโชก 3-4 วันครั้ง ประมาณ 2 สัปดาห์  พบ ว่าหน้ายางพารานิ่มขึ้นและมีน้ำยางไหลเพิ่มมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัด หากต้องการเพิ่มผลน้ำยางให้คงที่และมีความต่อเนื่องให้ท่านใช้ภูไมท์ซัลเฟต ร่วมกับปุ๋ยสูตรหรือปุ๋ยคอกทุกครั้งเวลาใส่ปุ๋ย โดยผสมในอัตรา 2 : 5 ส่วนหรือกระสอบต่อกระสอบ เพื่อปรับปรุงดินและเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช
2.             พริก ที่ มีปัญหารากเน่าโคนเน่า ซึ่งเกิดจากความชื้นในดินมีมากเกินไป ทำให้รากพืชเน่า อ่อนแอ และมีเชื้อราโรคพืชเข้าทำลาย ทำให้ใบพืชเกิดอาการใบเหลือง หรือเหี่ยวเฉาตายในที่สุด แนะนำให้ใช้ Three Power อัตรา 50 ซีซี. ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นลงดินรอบโคนต้นและบริเวณใกล้เคียงให้ทั่วและชุ่มโชก 3 วันครั้ง(กรณีรุนแรง) ประมาณ 2 สัปดาห์ เริ่มพบว่า พริกเริ่มแตกใบใหม่ และมีสีเขียวมัน หากต้องการเพิ่มผลหรือบำรุงต้นให้ท่านใช้ภูไมท์ซัลเฟตผสมกับปุ๋ยสูตรหรือ ปู๋ยคอกทุกครั้ง อัตรา 2:5 ส่วน ก่อนใส่ปุ๋ย หรืออาจฉีดพ่นซิลิโคเทรซ ในช่วงพักฟื่นสภาพต้นให้สมบูรณ์
       หากเกษตรกรท่านใดสนใจ : Three Power ปุ๋ยน้ำชีวภาพ 3 พลังไปใช้ในแปลงเกษตรหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680-2 , นักวิชาการชมรมฯ 081-3983128 (Dtac) , 081-3765109 (1-2 Call) หรือติชมผ่าน Email: thaigreenagro@gmail.com
 

plant2pet : ร้านค้า จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช online www.plant2pet.com
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช แบบซอง
จำหน่าย ยาถ่ายพยาธิ สำหรับสุนัขและแมวคุณภาพสูง
@@@ ร้านเรามี เมล็ดพันธุ์พืช คุณภาพสูง ราคาไม่แพง จำหน่าย@@@
   
  เมล็ดพันธุ์ผักแบบซอง  ราคาซองละ 15 บาท มีหลายชนิด เช่น  ผักชี  พริกขี้หนู  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว และ  อีกมากมาย
  เมล็ดดอกไม้ แบบซอง  ราคาซองละ 20 บาท  เช่น  ดาวเรือง  ดาวกระจาย  ดอกทานตะวัน  ดอกเบญจมาศ
สนใจสินค้าของทางร้านเชิญเข้าชมสินค้าได้เลยครับ  www.plant2pet.com
Tel : 089-992-1777 , 02-395-0070
BB pin : 22299B2B

ปลูกคะน้า “ ปลอดสารพิษ ” กู้วิกฤตตามหลัก “ เศรษฐกิจพอเพียง ”


คุณธีรยุทธ  วงศ์ษา  เกษตรกรชาวสวนผัก ที่ อ.ร่อนพิบูลย์  จ.นครศรี ธรรมราช ซึ่งเป็นอีกท่านหนึ่งที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ โดยน้อมนำหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมา ปฏิบัติร่วมกับการศึกษาข้อมูลทางวิชาการจากชมรมเกษตรปลอดสารพิษเพื่อ ประโยชน์ในการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด

ในกาลนี้ คุณธีรยุทธ  กล่าวว่าได้นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าบ้าง  คำ แนะนำจากนักวิชาการของชมรมฯบ้างบวกประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการปลูกผักกิน ใบ โดยเฉพาะ คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นแนวคิดและวิธีการที่ดีเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ในเรื่องต้นทุนการผลิต  ยกตัวอย่างเช่น
การปลูกคะน้า (เชิงการค้า)โดยมีวิธีการและแนวคิดดังนี้

  •        ศึกษาความต้องการของตลาด : คะน้าที่ตลาดกลางหรือผู้บริโภคต้องกี่ขนาด อะไรบ้าง และมีแผนรองรับกรณีตลาดฝืดไม่คล่องตัว เช่น การแปรรูปเป็นสินค้าชนิดอื่น

  •    รู้จักกับพืชที่จะนำมาปลูก : คะน้า เป็นผักที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี อยู่ในตระกูล Cruciferae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica alboglabra เป็น ผักที่นิยมปลูกทั่วทุกภาค เพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น ซึ่งมีอายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วัน ที่สำคัญสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ให้ผลผลิตดีที่สุดอยู่ช่วงประมาณเดือนตุลาคมถึงเมษายน และนอกจากนี้คะน้าเป็นผักที่สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดที่มีความอุดม สมบูรณ์สูงมีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินอยู่ ระหว่าง 5.5 - 6.8 และมีความชื้นในดินสูงสม่ำเสมอ มีความต้องการแสงแดดเต็มที่ คะน้าสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีเป็นที่น่าพอใจ ช่วงอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 – 25 องศาเซลเซียส

  • การเตรียมดินปลูก : เนื่อง จากคะน้าเป็นผักที่หยั่งรากตื้น จึงควรขุดดินหรือไถพรวนลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ก่อนทำการไถพรวนควรฉีดพ่นเชื้อไตรโคเดอร์ม่าให้ทั่วแปลงเสียก่อนเพื่อ ป้องกันหรือกำจัดเชื้อฟัยท๊อปเทอร์ร่า ( เชื้อสาเหตุ : ราก เน่าโคนเน่า ) ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว (แห้ง) มาผสมกับภูไมท์ซัลเฟตเหลือง (ผง) ในอัตรา 10 : 2 ส่วนตามลำดับ หว่านให้ทั่วแปลงก่อนทำการไถกลบพรวนย่อยหน้าดินให้มีขนาดเล็ก ( เพื่อปรับปรุงโครงสร้างเพิ่มธาตุอาหารในดิน ) เพื่อสะดวกในการหว่านเมล็ดลงแปลงและไม่ตกลึกลงไปในดิน เพราะจะไม่งอกหรืองอกยาก
** หมายเหตุ : วิธีการหมักเชื้อไตรโคเดอร์ม่า เพื่อลดต้นทุน นำเชื้อไตรโคเดอร์ม่า 1 ช้อนแกง + น้ำเปล่า 20 ลิตร+ กากน้ำตาล/ น้ำตาลทรายแดง 1 กก. หมักทิ้งไว้ 8 ชั่วโมง แล้วนำไปผสมน้ำเปล่า 200 ลิตร ก่อนทำการฉีดพ่น

  •  การดูแลรักษา
การให้น้ำ : คะน้า เป็นพืชที่ต้องการน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอเพราะต้นคะน้ามีการเจริญเติบโต อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปลูกคะน้าจึงต้องปลูกในแหล่งที่มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูปลูก หากคะน้าขาดน้ำจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่เมล็ดเริ่มงอกยิ่งขาดน้ำไม่ได้เลย การให้น้ำควรให้แบบพ่นฝอยให้ชุ่มโชกทั่วแปลง วันละ 2 เวลา คือช่วงเช้าและเย็น
การใส่ปุ๋ย : เนื่องจากคะน้าเป็นผักกินใบและลำต้นจึงควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง สัดส่วนของธาตุอาหารในปุ๋ยที่ใช้คือ N:P:K  เท่ากับ 2:1:1 เช่น ปุ๋ยสูตร 12-8-8 หรือ 20-11-11  แบ่งออกเป็น 2 ครั้ง โดยแต่ครั้งให้นำภูไมท์ซัลเฟตเหลืองมาผสมด้วย ในอัตรา 5 : 2 ส่วนตามลำดับ ( ช่วยในการประหยัด เพิ่มธาตุอาหารให้กับพืช ) คือ 1.ใส่หลังจากการถอนแยกครั้งที่ 1  2.หลังจากถอนแยกครั้งที่ 2   อย่างไรก็ตามหากสังเกตเห็นว่าผักที่ปลูกไม่ค่อยเจริญเติบโตเท่าที่ควรอาจจะใส่ปุ๋ยบำรุงเพิ่มเติม เช่น ปุ๋ยยูเรีย (46 -0 -0 )  ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรท โดยให้ทางรากหรือละลายน้ำในอัตราประมาณ 3-4 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นทางใบ

  •    การเก็บเกี่ยวผลผลิต
1.คะน้ามีอายุประมาณ 20 วัน หรือต้นสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ให้เริ่มทำการถอนแยกโดยเลือกถอนต้นที่แน่นเกินไปออก ให้เหลือห่างระหว่างต้นไว้ประมาณ 10 เซนติเมตร ส่งขายตลาดเป็นเศษผัก
2.คะน้ามีอายุประมาณ 30 วัน จึงทำการถอนแยกโดยให้เหลือห่างระหว่างต้น 20 เซนติเมตร ส่งขายตลาดเป็นยอดผัก ซึ่งผู้บริโภคนิยมรับประทานเป็นยอดผักเพราะอ่อนและอร่อย
3.คะน้ามีอายุประมาณ 45 -55 วัน 
- คะน้าอายุ 45 วัน เป็นระยะที่ตลาดมีความต้องการมาก
- คะน้าที่มีอายุ 50-55 วันเป็นระยะที่เก็บเกี่ยวได้น้ำหนัก
ในการเก็บเกี่ยวควรใช้มีดปลายแหลมตัดให้ชิดโคนต้น การตัดควรตัดไล่เป็นหน้ากระดานไป เมื่อตัดแล้วนำมามัด ๆ ละ 5 กิโลกรัม หรือบรรจุลงเข่งโดยไม่ต้องมัด ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกในการขนส่งและซื้อ – ขาย  
การเก็บเกี่ยวคะน้าให้ได้คุณภาพ ความสด รสดีและสะอาดนั้นควรปฏิบัติดังนี้
 1. เก็บผักในเวลาเช้าดีกว่าเวลาบ่าย
 2. ควรใช้มีดเล็กๆ ตัด อย่าเก็บหรือเด็ดด้วยมือ
 3. อย่าปล่อยให้ผักแก่เกินไป
 4. ผักที่แสดงอาการไม่ปกติควรรีบเก็บเสียก่อน
 5. เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วควรรีบนำเข้าร่มในที่อากาศโปร่งและเย็น
 6. ภาชนะที่ใช้บรรจุผักคะน้าควรล้างให้สะอาด
สรุปว่า : การปลูกคะน้าในแต่ละฤดูปลูกสามารถขายได้ 3 ครั้ง คือ เมื่อคะน้าอายุ 20 วัน , 30 วัน, 45-55 วัน  ตามลำดับ

  •     แนวทางการป้องกันรักษาโรคและแมลงศัตรูในคะน้า
1.โรคเน่าคอดินของคะน้า
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อรา  Pythium sp. หรือ Phytophthora sp. เป็น โรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในแปลงต้นกล้าเท่านั้น เนื่องจากการหว่านเมล็ดที่แน่นทึบ อับลม และต้นเบียดกันมาก ถ้าในแปลงมีเชื้อโรคแล้วต้นกล้าจะเกิดอาการเป็นแผลช้ำที่โคนต้นระดับดิน เนื้อเยื่อตรงแผลจะเน่าและแห้งไปอย่างรวดเร็ว ถ้าถูกแสงแดดทำให้ต้นกล้าหักพับ ต้นเหี่ยวแห้งตายในเวลารวดเร็ว บริเวณที่เป็นโรคจะค่อยๆ ขยายกว้างออกไปเป็นวงกลม ภายในวงกลมที่ขยายออกไปจะไม่มีต้นกล้าเหลืออยู่เลย ส่วนกล้าที่โตแล้วจะค่อยๆ เหี่ยวตายไป
การป้องกันกำจัด : ไม่ หว่านเมล็ดคะน้าให้แน่นเกินไป ควรใช้เชื้อไตรโคเดอร์ม่า หมัก ( หมายเหตุ ข้างต้น) ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงปลูก ทุกๆ 3-4 วัน/ครั้ง ร่วมกับทำทางระบายน้ำป้องกันน้ำขังแฉะในแปลงช่วงที่เป็นต้นกล้า
2.โรคราน้ำค้างของคะน้า
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อรา  Peronospora parasitica  ใบ จะเป็นจุดละเอียดสีดำอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ด้านใต้ใบ ตรงจุดเหล่านี้จะมีราสีขาวอมเทาอ่อนคล้ายผงแป้งขึ้นเป็นกลุ่มๆ กระจายทั่วไป ใบที่อยู่ตอนล่างๆ จะมีแผลเกิดก่อนแล้วลุกลามขึ้นไปยังใบที่อยู่สูงกว่า ใบที่มีเชื้อราขึ้นเป็นกลุ่มกระจายเต็มใบจะมีลักษณะเหลืองและใบจะร่วงหรือ แห้ง ในเวลาที่อากาศไม่ชื้นจะไม่พบผงแป้งและแผลแห้งเป็นสีเทาดำ โรคนี้ระบาดได้ทั้งแต่ระยะที่เป็นต้นกล้าจนเจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งจะทำความเสียหายมากเพราะทำให้ใบเสียมากและเจริญเติบโตช้า โรคนี้ไม่ทำให้ต้นคะน้าตาย แต่ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะต้องตัดใบที่เป็นโรคทิ้ง ทำให้ได้น้ำหนักน้อยลง
การป้องกันกำจัด : ควร ใช้บาซิลลัส พลายแก้ว 5 กรัม หมักด้วยน้ำมะพร้าว 1 ผล หลังหมัก 24 ชั่วโมง ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 3-4 วันกรณีรุนแรง หรือ ฉีดสลับกับสารสกัดแซนโธไนท์ ( เปลือกมังคุด ) ร่วมกับฟังกัสเคลียร์ ( สารจุลสี )
3.โรคแผลวงกลมสีน้ำตาลไหม้  
สาเหตุ : เกิดจากเชื้อรา  Alternaria sp. ใบ แก่ที่อยู่ตอนล่างของลำต้นจะเป็นโรคนี้มาก ใบที่เป็นโรคจะมีแผลวงกลมสีน้ำตาลซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อรอบๆ แผลเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขนาดของแผลมีทั้งใหญ่และเล็ก บนแผลมักจะมีเชื้อราขึ้นบางๆ มองเห็นเป็นผงสีดำ เนื้อเยื่อบุ๋มลงไปเล็กน้อย
การป้องกันกำจัด : ควร ใช้บาซิลลัส พลายแก้ว 5 กรัม หมักด้วยน้ำมะพร้าว 1 ผล หลังหมัก 24 ชั่วโมง ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 3-4 วันกรณีรุนแรง หรือ ฉีดสลับกับสารสกัดแซนโธไนท์ ( เปลือกมังคุด ) ร่วมกับฟังกัสเคลียร์ ( สารจุลสี )
4.หนอนกระทู้ผัก
       หนอนกระทู้ผัก Spodoptera litura  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน เมื่อกางปีกกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ลำตัวยาว 1.5 เซนติเมตร ปีกคู่หน้ามีจุดสีน้ำตาลเข้ม มีลวดลายเต็มปีก ส่วนปีกคู่หลังสีขาวและบาง ลำตัวมีขนสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมอยู่ ตัวเมียวางไข่เป็นกลุ่มๆ ตัวเมียวางไข่ได้ประมาณ 200-300 ฟอง โดยมีขนสีน้ำตาลปกคลุมไข่ไว้ ไข่ใหม่ๆ จะมีสีขาวนวลและจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและสีดำเมื่อใกล้ฟักออกเป็นตัวหนอน ไข่มีอายุประมาณ 3-7 วัน ตัวหนอนเมื่อออกจากไข่ใหม่ๆ จะมีสีเขียวอ่อนหรือสีนวลรวมกันเป็นกลุ่มตรงที่ไข่ฟักออกนั้น หนอนส่วนมากจะออกหากินในเวลากลางคืน ระยะตัวหนอนประมาณ 15-20 วัน จากนั้นจะเข้าดักแด้ตามใต้ผิวดิน ดักแด้มีสีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 1.50-1.80 เซนติเมตร ระยะดักแด้ประมาณ 7-10 วัน จึงเจริญเป็นตัวเต็มวัย
ลักษณะการทำลาย : โดย หนอนจะกัดกินใบและก้านใบของคะน้า มักจะเข้าทำลายเป็นหย่อมๆ ตามจุดที่ผีเสื้อวางไข่ หนอนชนิดนี้สังเกตได้ง่ายคือ ลำต้นอ้วนป้อม ผิวหนังเรียบ คล้ายหนอนกระทู้หอม มีสีสันต่างๆ กัน มีแถบสีขาวข้างลำตัวแต่ไม่ค่อยชัดนัก เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 3-4 เซนติเมตรเคลื่อนไหวช้า
 การป้องกันกำจัด : หมั่น ตรวจดูสวนผักบ่อยๆ เมื่อพบให้ทำลายเสีย หรือ ใช้เชื้อบีที – ชีวภาพ 5 กรัม+ไข่ไก่ 5 ฟอง +น้ำเปล่า 15 ลิตร+น้ำมันพืช 1.5 -2 ช้อนชา+สเม็คไทต์ 5 ขีด หลังหมักโดยให้อากาศแบบในตู้ปลา 24 ชั่วโมง ผสมน้ำเปล่าหรือน้ำละลายภูไมท์ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน กรณีรุนแรง ควบคู่กับการใช้ไทเกอร์เฮิร์ป 5-10 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันแม่ผีเสื้อกลางคืนกลับมาวางไข่
5.หนอนคืบกะหล่ำ
       หนอนคืบกะหล่ำ Trichoplusia ni  ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดกลาง กางปีกเต็มที่ยาว 3 เซนติเมตร สีเทาดำ กลางปีกคู่หน้ามีจุดสีขาวข้างละ 1 จุด แม่ผีเสื้อจะวางไข่สีขาวนวลใต้ใบเม็ดกลมเล็กๆ ไข่จะถูกวางเดี่ยวๆ ทั่วไป ไข่มีอายุ 3 วันจึงฟักออกเป็นตัวหนอน หนอนที่มีขนาดเล็กจะแทะผิวใบด้านล่าง หนอนในระยะนี้มีสีใส ต่อมามีสีเข้มขึ้น เมื่อโตเต็มที่มีสีซีดลง มีสีขาวพาดยาว หนอนเมื่อโตเต็มที่ยาว 4 เซนติเมตร อายุหนอนประมาณ 2 สัปดาห์ จึงเข้าดักแด้ ดักแด้จะอยู่ใต้ใบคลุมด้วยใยบางๆ สีขาว ดักแด้ในระยะแรกจะมีสีเขียวอ่อน ต่อมามีบางส่วนเป็นสีน้ำตาล มีขนาดยาวเกือบ 2 เซนติเมตร อายุดักแด้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงเข้าระยะตัวเต็มวัย ซึ่งตัวเต็มวัยมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์
ลักษณะการทำลาย : หนอน คืบกะหล่ำเป็นหนอนที่กินจุ เข้าทำลายคะน้าในระยะที่เป็นตัวหนอน โดยจะกัดกินเนื้อใบจนขาดและมักจะเหลือเส้นใบไว้หนอนชนิดนี้เมื่อเกิดระบาด แล้วจะแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมาก
การป้องกันกำจัด : หมั่น ตรวจดูไข่หรือตัวหนอนในระยะเล็กๆ หากพบควรใช้ เชื้อบีที – ชีวภาพ 5 กรัม+ไข่ไก่ 5 ฟอง +น้ำเปล่า 15 ลิตร+น้ำมันพืช 1.5 -2 ช้อนชา+สเม็คไทต์ 5 ขีด หลังหมักโดยให้อากาศแบบในตู้ปลา 24 ชั่วโมง ผสมน้ำเปล่าหรือน้ำละลายภูไมท์ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน กรณีรุนแรง ควบคู่กับการใช้ไทเกอร์เฮิร์ป 5-10 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันแม่ผีเสื้อกลางคืนกลับมาวางไข่
หากเกษตรกรท่านใด สนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวการปลูกผักคะน้าปลอดสารพิษ สามารถติดต่อได้ที่ คุณธีรยุทธ  วงศ์ษา  เลขที่ 159  ม.16  ต.ร่อนพิบูลย์  อ.ร่อนพิบูลย์  จ.นครศรีธรรมราช 80130 โทร.081-8226588 หรือ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680 , 081-3983128 หรือ email : thaigreenagro.com

plant2pet : ร้านค้า จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช online www.plant2pet.com
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช แบบซอง
จำหน่าย ยาถ่ายพยาธิ สำหรับสุนัขและแมวคุณภาพสูง
@@@ ร้านเรามี เมล็ดพันธุ์พืช คุณภาพสูง ราคาไม่แพง จำหน่าย@@@
   
  เมล็ดพันธุ์ผักแบบซอง  ราคาซองละ 15 บาท มีหลายชนิด เช่น  ผักชี  พริกขี้หนู  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว และ  อีกมากมาย
  เมล็ดดอกไม้ แบบซอง  ราคาซองละ 20 บาท  เช่น  ดาวเรือง  ดาวกระจาย  ดอกทานตะวัน  ดอกเบญจมาศ
สนใจสินค้าของทางร้านเชิญเข้าชมสินค้าได้เลยครับ  www.plant2pet.com
Tel : 089-992-1777 , 02-395-0070
BB pin : 22299B2B

ปลูกผักปลอดสารพิษ : แก้ปัญหาดินเสื่อม ลดโรคและแมลงด้วยภูไมท์ซัลเฟต

คุณสัญลักษณ์ รัตนโกสุม อยู่บ้านเลขที่ 66  ถนนโชคชัย-นครราชสีมา ต.ท่าอ่าง  อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา  30190 (โทร.081-8279874) รับราชการเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยใจรักในการทำการเกษตรประกอบกับมีพื้นที่ว่างเปล่าไม่ได้ปลูกอะไรจึง หันมาปลูกผักปลอดสารพิษเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้แบบ “ปลูกผักต้องได้ผัก ไม่ใช่ปลูกผักต้องได้กำไร” ตามแบบฉบับพ่อค้าทั่วไป
โดยหลักแล้วที่สวนผักของคุณสัญลักษณ์จะเป็นผักจำพวกผักกินใบ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดเขียว  กะหล่ำ ดอก ผักบุ้ง และ ยังรวมไปถึงพืชผักประเภทไม้เลื้อย เช่น ถั่วฝักยาว บวบ มะระ เป็นต้น เป็นการปลูกแบบผสมผสานกันในพื้นที่ ประมาณ 10 ไร่  ซึ่ง แต่เดิมพื้นที่นี้ปลูกมันสำปะหลังมาก่อน ทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม ไม่ค่อยมีแร่ธาตุอาหาร ปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผล คุณสัญลักษณ์จึงคิดว่าจะทำอย่างไรจะทำให้ดินกลับมามีสภาพดินดี ปลูกอะไรก็งาม  พอดีได้ฟังวิทยุคลื่น ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีท่านอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ  พูด ออกอากาศอยู่ได้กล่าวถึงหินแร่ภูเขาไฟตัวหนึ่ง คือ ภูไมท์ซัลเฟต สามารถปรับสภาพดินได้ ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี และยังสามารถทำให้พืชแข็งแกร่ง ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย จึงได้ลองนำมาใช้ที่สวนผัก
โดย ในขั้นแรกคุณสัญลักษณ์ บอกกับทางชมรมฯว่า จะนำภูไมท์ซัลเฟตมาปรับสภาพดินก่อนในขั้นตอนการเตรียมแปลง โดยโรยภูไมท์ซัลเฟตประมาณ 20 กิโลกรัม/ไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากับดินปลูก แล้วทำการยกแปลงปลูก เพาะกล้า ย้ายปลูก เหมือนการปลูกผักทั่วไป แล้วในขั้นตอนการดูแล รดน้ำให้ปุ๋ย ก็มีการใช้ปุ๋ยคอก ผสมกับ ภูไมท์ซัลเฟต ราดด้วยน้ำ อีเอ็มที่ หมักเอง ใช้ในการให้ปุ๋ยแทนการใช้สารเคมี ซึ่งผลปรากฏว่า พืชผักที่เจริญเติบโตดี รากมากโตเร็ว โรคและแมลงรบกวนน้อยมาก ผลผลิตดี มีรสชาติหวานกรอบ ซึ่งเป็นจุดเด่นของสวนผักของคุณสัญลักษณ์
เมื่อ นำผลผลิตไปขายทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติผักที่หวานกรอบ แม้นำไปประกอบอาหารประเภทผัด แทบไม่ต้องปรุงรสอะไรเลย นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สวนผักของคุณสัญลักษณ์อยู่ได้ ขายได้ แม้ในยามสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและความผันผวนเรื่องของราคาพืชผักที่ไม่คงที่ หากท่านใดสนใจปลูกผักแบบปลอดสารพิษแบบฉบับของคุณสัญลักษณ์ รัตนโกสุม สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ตามที่อยู่ด้านบน หรือชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร. 02-9861680-2 หรือ 083-5406267 ได้ทุกวันทำการ เวลา 8โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น
รายงานโดย รัตนา วงศ์คำ (นักวิชาการ)
plant2pet : ร้านค้า จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช online www.plant2pet.com
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช แบบซอง
จำหน่าย ยาถ่ายพยาธิ สำหรับสุนัขและแมวคุณภาพสูง
@@@ ร้านเรามี เมล็ดพันธุ์พืช คุณภาพสูง ราคาไม่แพง จำหน่าย@@@
   
  เมล็ดพันธุ์ผักแบบซอง  ราคาซองละ 15 บาท มีหลายชนิด เช่น  ผักชี  พริกขี้หนู  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว และ  อีกมากมาย
  เมล็ดดอกไม้ แบบซอง  ราคาซองละ 20 บาท  เช่น  ดาวเรือง  ดาวกระจาย  ดอกทานตะวัน  ดอกเบญจมาศ
สนใจสินค้าของทางร้านเชิญเข้าชมสินค้าได้เลยครับ  www.plant2pet.com
Tel : 089-992-1777 , 02-395-0070
BB pin : 22299B2B
 

จะทำอย่างไร?......ให้ไม้ดอกไม้ประดับผลิดอกออกผลให้เราได้ชื่นชม


ผู้ที่ชอบซื้อไม้ดอกไม้ใบมาประดับตกแต่งภูมิทัศน์รอบๆบ้าน ก็หวังจะชื่นชมความสวยสดงดงามจากธรรมชาติที่มอบให้  นอก จากจะมีความสุขสนุกสนานกับการรดน้ำ พรวนดินให้แก่ต้นไม้แล้ว ก็ยังลุ้นว่าเมื่อไรหนอดอกไม้สีสวยจะผลิแย้มออกมาให้ชื่นชมสมดังใจเสียที รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ...ก็ยังไม่มี เพราะอ่านตำราแบบใหม่ ต้องปลอดภัยต่อชีวี ห้ามใส่ปุ๋ยคเมี จึงใส่แต่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ดอกจึงไม่มีแถมใบยังออกมาเสียมากมาย

ทำไม?...จึงเป็นเช่นนั้น  หรือ ว่าการที่เราใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกแต่เพียงอย่างเดียวนั้นอาจจะทำให้พืชหรือ ต้นไม้ของเราได้รับธาตุอาหารตัวหน้าสูงเกินไป นั่นก็คือ “ไนโตรเจน” ซึ่งจะทำให้พืชเจริญเติบโตทางใบเป็นอย่างมากและอ่อนแอต่อโรคและแมลงได้ง่าย ถ้าเราใส่เจ้า “ไนโตรเจน” ตัวนี้เข้าไปในดินมากเกินไป จึงทำให้พืชที่เราปลูกอยู่นั้นอาจจะไม่ยอกผลิดอกออกผลให้แก่เจ้าของก็เป็น ได้
แนวทางที่จะช่วยทำให้พืชพัฒนาและเจริญเติบโตเป็นดอกได้ดีก็คือ การควบคุม คาร์บอนและไนโตรเจน (C : N Ratio) ให้อยู่ในความเหมาะสม  ถ้า เราต้องการที่จะให้พืชออกดอกให้เราได้ชื่นชม ควรทำการใส่ธาตุอาหารคาร์บอนให้เขากินเข้าไปเยอะ ๆ เมื่อพืชหรือต้นไม้ของเราได้สะสม คาร์บอน เก็บไว้เยอะจนมีปริมาณที่สูงกว่าไนโตรเจน ก็จะทำให้พืชพัฒนาเป็นตาดอกได้ง่ายขึ้น
จะให้ "คาบอร์นฯ" เมื่อไรดี?... ระหว่าง ที่จิตใจของเรากระวนกระวายรอคอยให้แมกไม้นานาพันธุ์ของเราออกมาเป็นระยะเวลา พอสมควรแล้วและ/หรือว่าอาจจะอยู่ในฤดูที่ต้นไม้ของเราจะต้องออกดอกแล้ว.... แต่!..เขากลับไม่ยอมออก......ตรงนี้ล่ะครับคือช่วงเวลาที่ควรจะรีบเติม คาร์บอนเข้าไปให้แก่ต้นไม้ของเรา เอ!...แล้วจะเอามาจากที่ไหน?  อัน นี้ไม่ต้องกังวลครับ ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เขามีสูตรฮอร์โมนไข่ ที่ใช้ในการเปิดตาดอกโดยตรง ซึ่งเป็นตัวที่ให้แร่ธาตุปริมาณคาร์บอนเป็นจำนวนมาก โดยปรกติแล้วจะทำไว้ให้กลุ่มเกษตรชาวสวนชาวไร่ไม้ผล นำไปใช้ในช่วงเปิดตาดอก ซึ่งก็ให้ผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เพราะช่วยกระตุ้นทำให้เกิดการออกดอกโดยที่ไม่ต้องไปทรมานต้นไม้ อย่างที่ชาวสวนในอดีตเขาทำกันเช่น ควั่นกิ่ง, รมควัน, ทิ้งน้ำ (ปล่อยให้อดน้ำโดยไม่ต้องรดเป็นเวลาหลายวัน), ใช้สารพาร์โคบิวทราโซน และ โพแทสเซียมคลอไรด์ ต่างๆ แล้วแต่จะสรรมาทำกัน ซึ่งวิธีแบบนี้จะทำให้ต้นไม้ของเราอยู่กับเราไม่ได้นาน เพราะสภาพต้นจะอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ จนตายในที่สุด
วิธีการทำ ฮอร์โมนไข่.... ก็ไม่ยากอย่างที่คิด  เพียงแค่นำไข่ไก่ ชั่งน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัม แล้วนำมา บด ทุบ  ตี ให้ละเอียด นำไปใส่ภาชนะขวดโหลหรือถังพลาสติก  แล้ว นำกากน้ำตาลอีก 5 กิโลกรัม ใส่เพิ่มลงไป ลูกแป้งข้าวหมาก (ต้องเป็นลูกแป้งข้าวหมากเท่านั้นนะครับ....ลูกแป้งเหล้าไม่แนะนำ) 1 ลูก ก่อนใส่ให้นำไปใส่ไว้ในถุงก๊อปแก๊ปแล้วบี้ ขยำให้ละเอียดเป็นผุยผง แล้วค่อยโปรยลงไปในภาชนะ สุดท้าย....ท้ายยังไม่ท้ายสุดให้นำยาคูลท์ใส่เพิ่มลงไปอีกหนึ่งขวด แล้วกวนให้เข้ากันเป็นอันเสร็จพิธี  หมักทิ้งไว้ ให้ครบ7 วันโดยไม่ต้องคน  อ๊ะ!..เกือบ ลืมถ้าเป็นภาชนะปากกว้างอย่าลืมนำถุงพลาสติกมาปิดคลุม แล้วใช้เชือกผูกมัดปิดปากให้แน่น แล้วใช้ไม้แหลมจุ้มให้มีอากาศเข้าได้บ้างเล็กน้อย
วิธีการใช้ฮอร์โมนไข่  หลัง จากที่เราหมักฮอร์โมนไข่จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้นำมาใช้ในการฉีดพ่นทางใบในอัตรา 5 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นให้ทั่ว ชุ่มโชก ทั้งใต้ใบ บนใบเหมือนอาบน้ำ ทุก ๆ 3 – 7 วัน ถ้าขนาดของลำต้นหรือทรงพุ่มมีขนาดใหญ่อาจจะราดรดทางดินช่วยอีกทางก็ได้โดย ใช้  20 – 30 ซี.ซี. (1 -2 ช้อนแกง) ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดให้ทั่ว ๆ รอบ ๆ บริเวณทรงพุ่มเพียงเดือนละครั้งสองครั้งก็พอ
เมื่อ ทำเสร็จสรรพครบทุกกระบวนการแล้วก็หวังว่า....เพื่อนสมาชิกและกัลยาณมิตรทั้ง หลายคงจะมีต้นไม้ที่ที่เพียบพร้อมไปด้วย กิ่ง ก้าน ใบ และดอก โดยเสร็จสมอารมณ์หมายกันถ้วนหน้านะครับ  ใช่ว่าจะมีแต่ดอกเพียงอย่างเดียว (ฮา.......)  

plant2pet : ร้านค้า จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช online www.plant2pet.com
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช แบบซอง
จำหน่าย ยาถ่ายพยาธิ สำหรับสุนัขและแมวคุณภาพสูง
@@@ ร้านเรามี เมล็ดพันธุ์พืช คุณภาพสูง ราคาไม่แพง จำหน่าย@@@
   
  เมล็ดพันธุ์ผักแบบซอง  ราคาซองละ 15 บาท มีหลายชนิด เช่น  ผักชี  พริกขี้หนู  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว และ  อีกมากมาย
  เมล็ดดอกไม้ แบบซอง  ราคาซองละ 20 บาท  เช่น  ดาวเรือง  ดาวกระจาย  ดอกทานตะวัน  ดอกเบญจมาศ
สนใจสินค้าของทางร้านเชิญเข้าชมสินค้าได้เลยครับ  www.plant2pet.com
Tel : 089-992-1777 , 02-395-0070
BB pin : 22299B2B

เทคนิคการปักชำดอกดาวเรืองโดยไม่ต้องพึ่งเมล็ดพันธุ์

ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่คนไทยคุ้นเคยมาเป็นอย่างดี ซึ่งมีลักษณะเด่นที่ปลูกง่าย โตเร็ว มีสีสันที่สวยสะดุดตา อายุของดอกหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วสามารถอยู่ได้ทนนาน และที่สำคัญดาวเรืองสามารถปลูกได้ทุกที่ในประเทศไทย  หาก ปลูกเป็นการค้าดาวเรืองก็ยังจัดเป็นพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้น แถมราคาต่อผลผลิตในช่วงที่ราคาถูกเกษตรกรผู้ปลูกก็สามารถที่จะเก็บและประคอง ตัวอยู่ได้ ในบางช่วงที่มีราคาแพง เช่น เมื่อถึงเทศกาลการเลือกตั้ง ผู้สนับสนุน หรือผู้ที่นิยมชมชอบในนักการเมืองท่านนั้น ๆ ก็มักจะซื้อพวงมาลัยที่ผลิตจากดอกดาวเรืองนำไปคล้องแขนคล้องคอนักการเมือง ที่ตนเองชอบ ซึ่งในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเทศกาลของดอกดาวเรืองอย่างแท้จริง
มา ดูในเรื่องการขยายพันธุ์ดาวเรือง ส่วนใหญ่พันธุ์ที่ฮิตที่สุดในตอนนี้และเป็นที่กล่าวขวัญของผู้ปลูกดาวเรือง ก็เห็นจะหนีไม่พ้นดาวเรืองพันธุ์เกษตร ซึ่งเป็นดาวเรืองที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเข้ามาทดลองปลูกและคัดเลือกพันธุ์ที่โครงการเกษตรที่สูง และได้คัดเลือกพันธุ์ไว้ได้ 2 พันธุ์ คือพันธุ์สีทองเบอร์ 1 และพันธุ์สีทองเบอร์ 4 ซึ่งสามารถปลูกได้ทุกที่ในประเทศไทย ซึ่งรายละเอียดของพันธุ์เกษตรกรผู้คิดจะปลูกก็สามารถติดต่อซื้อเมล็ดพันธุ์ ได้  ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ซึ่งผู้เขียนเคยติดต่อของรายชื่อของเมล็ดพันธุ์ที่ภาควิชามีจำหน่ายเพื่อนำ มาเผยแพร่ก็หลายปีแล้วนะครับ ไม่แน่ใจว่าจะย้ายที่จำหน่ายไปหรือเปล่านะครับ ก็ลองสอบถามไปเพิ่มเติมดูอีกทีนะครับเผื่อผิดพลาด
                มา ดูเรื่องการขยายพันธุ์ตามหัวข้อข้างต้นนะครับ บางคนคงนึกไม่ถึงว่าดาวเรืองนั้นสามารถขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วยังมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วทันใจและให้ผลผลิตเร็วต้องบอกว่ามาก ๆ ครับ คือ “การปักชำ” ซึ่งผู้เขียนได้ทดลองปักชำโดยเมื่อทำการปักชำจนดาวเรืองออกรากแล้วผู้เขียน ได้ทดลองนำดาวเรืองไปปลูกลงกระถาง โดยใช้ดินธรรมดาผสมกับภูไมท์ซัลเฟตและปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งสามารถผลิตได้ดอกใหญ่ไม่แพ้กับต้นแม่พันธุ์ แต่สภาพต้นจะอายุสั้นกว่าต้นแม่ ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวก็หมดก่อนแม่พันธุ์พอสมควร แต่ถ้าทำเป็นการค้าและปลูกในจำนวนต้นเยอะ ๆ เมื่อมาเปรียบเทียบต้นทุนกับค่าเมล็ดแม่พันธุ์ และค่าปุ๋ยยาเคมีฆ่าแมลง ในระยะเวลาการดูแลที่ 60-70 วันแล้วเก็บเกี่ยว ผู้เขียนคิดว่าการปักชำนั้นจะได้ผลผลิตและอัตราการคุ้มทุนที่ดีกว่าครับ
                คราวนี้มาดูในเรื่องอุปกรณ์ที่ท่านจะต้องเตรียมกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก็มีดังนี้ครับ
1.             ถุงดำขนาด 2 x 5 นิ้ว
2.             ขี้เถ้าแกลบ
3.             ไคโตซาน
4.             เซราดิกซ์ (สำหรับไม้เนื้ออ่อน) ไว้สำหรับเร่งราก
5.             เชื้อไตรโคเดอร์ม่า (แบบหยาบ)
6.             ภูไมท์ซัลเฟต (กระสอบสีเหลือง)
7.             ไม้ขนาดใหญ่ประมาณเท่กานิ้วชี้ ยาวประมาณซัก 1 ฟุต
8.             ถุงข้าวสารขนาด 1 ถัง
9.             คอขวด (ที่ใช้ทำคอจุกสำหรับเพาะเห็ด) ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ขวดยาคูลท์ตัดครึ่ง แล้วเอาตรงส่วนปากไว้ครับ
10.      ใบมีโกนหรือคัตเตอร์ที่คม ๆ
และอันดับสุดท้ายท้ายสุดนะครับ ก็คือต้นพันธุ์ที่เพาะมาจากเมล็ดนะครับ
                โดย วิธีการปฏิบัตินั้นให้ทำการเตรียมน้ำเปล่ามาประมาณ 1 กระป๋อง (10 ลิตร) ให้ทำการละลายไตรโคเดอร์ม่า (ชนิดหยาบ) ลงไปประมาณ 2 ขีด แล้วเติมไคโตซาน MT ลง ไป 20 ซีซี. ภูไมท์ซัลเฟต 1 กิโลกรัม คนให้ละลายเข้ากันเป็นอย่างดี ซึ่งการละลายอาจจะมีตะกอนของภูไมท์ซัลเฟตที่หลงเหลืออยู่ท่านผู้อ่านไม่ต้อ ไปใส่ใจนะครับ ไม่เป็นไร กากที่เหลือของภูไมท์ซัลเฟตสามารถนำไปรดใส่ต้นไม้ที่เราปลูกได้นะครับ ยังมีประโยชน์อีกเพียบครับ โดยการปฏิบัติในขั้นตอนนี้เป็นการป้องกันและกำจัดเชื้อราที่เป็นสาเหตุให้ ดาวเรืองที่เราปักชำเน่า
                ขั้น ตอนต่อไปก็ให้นำขึ้นเถ้าแกลบมากรอกใส่ถุงดำขนาดที่เราเตรียมไว้ โดยกรอกจนเต็มและกระทุ้งให้ขี้เถ้าแกลบแน่นพอประมาณ หากขี้ถ้าแกลบยุบก็ทำการเติมไปจนเต็มถุง ความแน่นนั้นเอาให้เหมาะสมละกันครับ จะกรอกเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะชำกิ่งดาวเรืองจำนวนมากขนาดใดก็เลือก กันเอา
                นำ น้ำยาเร่งราก เซราดิกซ์ มาละลายน้ำตามอัตราที่ฉลากกำหนดครับ ซึ่งผู้เขียนจะเน้นนำเซราดิกซ์มาละลายน้ำพอแฉะ ๆ เหมือนกับปูนกินหมากครับ เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ ไม่ใส่น้ำจนเยอะ จนใสไปนะครับ
                ขั้น ตอนต่อไปก็มาถึงขั้นตอนการคัดเลือกกิ่งพันธุ์ โดยส่วนใหญ่ผู้เขียนจะเน้นที่ยอดเป็นหลักครับ ยิ่งถ้าได้ยอดที่มีดอกด้วยแล้ว การออกดอกก็จะรวดเร็ว ถ้าจะทำเพื่อการค้าก็เลือกยอดอ่อน ๆ นะครับ เป็นยอดที่ยังไม่เป็นดอก ซึ่งการตัดยอดของต้นแม่มาปักชำนี้ จะทำให้ยอดตรงที่เราตัดแตกกิ่งอ่อน ๆ ออกมาอีกเรื่อย ๆ เราก็จะตัดกิ่งไปปักชำอยู่เรื่อย ๆ ไปตลอดจนกระทั่งต้นแม่พันธุ์แก่นั่นแหละครับ ที่ผู้เขียนบอกว่าชอบนำยอดที่มีดอกมาปักชำแล้วได้เห็นดอกเร็วนั้นเพราะผู้ เขียนใช้ยอดที่เป็นต้นแก่ของดาวเรืองนั่นเองครับ จึงไม่ผิดอะไรที่จะเห็นดอกเร็วครับ ส่วนวิธีการตัดให้ใช้มีดคัตเตอร์คม ๆ ตัดต่ำกว่าข้อประมาณสัก 1 มิลลิเมตรครับ ความยาวของกิ่งชำดาวเรืองก็ประมาณ 3-4 ข้อของใบ โดยนับจากยอดมานะครับ โดยความยาวนันขึ้นอยู่กับความเจริญเติบโตของต้นแม่ดาวเรืองที่เราจะนำมาเป็น แม่พันธุ์สำหรับปักชำนะครับ ถ้าสภาพต้นสมบูรณ์ข้อของยอดาวเรืองนั้นก็จะยาว หากไม่สมบูรณ์ก็จะสั้น ก็ตัดกันตามใจชอบละกันครับ 3 ข้อหรือ 4 ข้อก็ได้ครับ  ใช้ มีดคัตเตอร์ริดใบออก โดยริดออกปะมาณ 2 ข้อ นับจากส่วนโคนข้อแรกที่เราตัดครับ หรือบางท่านก็กะเอาครับว่าเวลานำกิ่งไปปักไว้บนถุงดำ ใบล่างของกิ่งชำจะไม่ไปสัมผัสกับขี้เถ้าแกลบ เพราะถ้าสัมผัสก็จะเป็นการเพิ่มเปอร์เซ็นต์การเกิดเชื้อราของกิ่งที่เราจะชำ ครับ เมื่อได้กิ่งดาวเรืองที่ทำการตัดแต่งเรียบร้อยแล้ว ให้เราทำการปาดเฉียง ๆ บริเวณข้อล่างประมาณสัก 3 แผลครับ ปาดบาง ๆ เบา ๆ นะครับ หากหนักมือเดี๋ยวจะขาดครับ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนของการเตรียมกิ่งพันธุ์
                ขั้น ตอนต่อไปก็นำขี้เถ้าแกลบที่เราบรรจุไว้ในถุงดำมาจุ่มลงไปในน้ำที่เราผสมไตร โคเดอร์ม่าและไตซาน แค่จุ่มลงไปก็พอนะครับ จากนั้นก็เอาขึ้นมา แล้วนำไม้ขนาดเท่ากับนิ้วชี้ที่เตรียมเอาไว้ ปักลงไปตรงกลางของถุงดำเพื่อให้เกิดรูที่จะเสียบกิ่งพันธุ์ดาวเรืองลงไป จากนั้นนำกิ่งพันธุ์ดาวเรืองที่เราเตรียมไว้นำโคนตรงบริเวณที่เราปาดให้เกิด แผลไว้จุ่มลงไปในน้ำยาที่เราละลายเซราดิกซ์ไว้พอมิดข้อ เมื่อจุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำไปปักไว้ในถุงดำที่เราทำให้เกิดรูไว้จาก นั้นทำการบีบถุงเพื่อให้กิ่งชำสัมผัสกับขี้เถ้าแกลบ ก็เป็นอันเสร็จ จากนั้นก็นำกิ่งพันธุ์ที่เราปักชำลงในถุงดำไปใส่ในถุงข้าวสารที่เราเตรียม ไว้ ซึ่งถุงข้าวสาร 1 ถัง สามารถที่จะใส่กิ่งชำดาวเรืองได้ประมาณ 7-10 ต้นครับ เมื่อวางจนเต็มพื้นที่ของถุงแล้วให้ทำการรวบปากถุง (บนสุด) แล้วนำคอขวดเพาะเห็ด หรือขวดยาคูลท์ที่เราตัดไว้สวมลงไป พยายามทำให้ถุงโป่งไว้นะครับ ถ้าเป็นถุงอย่างหนาหน่อยก็จะเป็นการดี พยายามอย่าให้ถุงด้านบนแฟบลงมาติดกับใบนะครับ เพราะจะทำให้ใบของกิ่งพันธุ์ดาวเรืองที่เราชำไว้เน่าได้ ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยไม่ต้องให้น้ำ แล้วทำการสุ่มว่าดาวเรืองที่เราชำนั้นเกิดรากหรือไม่ (ส่วนมากจะเกิดรากภายใน 1 สัปดาห์ครับ) เมื่อครบ 1 สัปดาห์มีรากงอกออกมาแล้วให้ทำการนำออกจากถุงข้าวสาร นำเข้าแปลงเพาะชำรดน้ำทุกวัน ๆ ละ 1 ครั้ง ประมาณ 1 อาทิตย์ก็สามารถเอาลงแปลงปลูกได้แล้วครับ
                อย่า ลืมนะครับการปักชำวิธีนี้ข้อสำคัญคือการป้องกันเชื้อราให้ดีนะครับ หากกิ่งชำดาวเรืองใดเกิดเชื้อราก็จะนำให้ต้นอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน (ในถุงข้าวสารที่เราใส่กิ่งชำดาวเรืองไว้) เป็นเชื้อราไปด้วยครับ ทำให้เสียเวลาและเปลืองต้นทุนครับ เท่าที่ผู้เขียนทดลองทำวิธีดังกล่าวข้างต้นจะไม่เกิดปัญหาของเชื้อราแต่ อย่างใดครับ
                การ ปักชำดาวเรืองนี้เป็นวิธีการที่ง่ายและได้ผลผลิตเร็วนะครับ ประหยัดต้นทุนเรื่องค่าเมล็ดพันธุ์ดาวเรืองได้ดีครับ แต่ข้อเสียคือระยะเวลาการเก็บผลผลิตจะสั้น แต่ในทางปฏิบัติแล้วผู้เขียนคิดว่าหากเราดูแลต้นดาวเรืองที่เราชำแล้วลงปลูก เป็นอย่างดี ป้องกันโรคและแมลงอย่างถูกต้อง มีการให้น้ำให้ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวก็จะหนีต้นแม่ไม่มากหรอกครับ ท่านผู้อ่านลองไปปฏิบัติกันดูนะครับ หากมีข้อสงสัยก็สอบถามมาที่ 08-1646-0212 ยินดีให้คำตอบที่กระจ่างสำหรับการปลูกดาวเรืองด้วยวิธีการชำจากยอดดาวเรือง ที่เพาะด้วยเมล็ดครับ

plant2pet : ร้านค้า จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช online www.plant2pet.com
จำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช แบบซอง
จำหน่าย ยาถ่ายพยาธิ สำหรับสุนัขและแมวคุณภาพสูง
@@@ ร้านเรามี เมล็ดพันธุ์พืช คุณภาพสูง ราคาไม่แพง จำหน่าย@@@
   
  เมล็ดพันธุ์ผักแบบซอง  ราคาซองละ 15 บาท มีหลายชนิด เช่น  ผักชี  พริกขี้หนู  ถั่วฝักยาว  ผักกาดขาว และ  อีกมากมาย
  เมล็ดดอกไม้ แบบซอง  ราคาซองละ 20 บาท  เช่น  ดาวเรือง  ดาวกระจาย  ดอกทานตะวัน  ดอกเบญจมาศ
สนใจสินค้าของทางร้านเชิญเข้าชมสินค้าได้เลยครับ  www.plant2pet.com
Tel : 089-992-1777 , 02-395-0070
BB pin : 22299B2B